ผู้เขียน หัวข้อ: เรียงความวันแม่ เรียงความเรื่องแม่ วันแม่แห่งชาติ 2556  (อ่าน 3893 ครั้ง)

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน





เรียงความวันแม่ เรียงความเรื่องแม่ วันแม่แห่งชาติ 2556 พระคุณของปม่นั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดในโลก การที่เราจะเติบโตมาจนทุกวันนี้ก็ด้วยน้ำนมแม่ และการเลี้ยงดูของแม่ 9 เดือนในท้องแม่ แม่ของเรานั้นลำบากอุ้มท้อง การเป็นลูกที่ดีนั้นคือการตอบแทนพระคุณแม่ ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง และเป็นบุญที่สุดวิเศษ คนที่กตัญญูต่อแม่ ทำอะไรก็เจริญ ขอให้รักแม่ทุกวัน Esantalk.com รวบรวมเรียงความวันแม่จากที่ต่างๆ มาไว้ให้อ่าน



ตัวอย่างเรียงความเรื่องแม่ ผู้หญิงคนนั้น นอนตายในท่าที่คอยคุณมาตลอดชีวิต

แม่ เป็นภาระให้แก่ลูกทุกคนมาตั้งแต่เกิด นั่นเป็นความจริงที่เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ ก็ลองคิดดูสิ ตั้งแต่เราเกิดมา ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย อยู่ดี ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็มาโอบอุ้ม ถูกเนื้อต้องตัวเรา มิวายที่เราจะแหกปากร้องไห้ขับไล่ไสส่งยายผู้หญิงคนนี้ขนาดไหน เธอก็ยังพยายามปลอบโยน เห่กล่อมเราอยู่นั่นแหละ เป็นภาระให้เราต้องจำใจเงียบ ยอมนอนดูดนมเธออยู่จั่บ ๆ ๆ

          พอเราเริ่มเตาะแตะ ตั้งไข่จะเดินไปไหนต่อไหนมั่ง คุณเธอก็ยังคอยเรียกหาเราอยู่นั่นแหละ 

          "มานี่มาลูก มานี่มา อีกนิดเดียวลูก อีกนิดเดียว อีกก้าวเดียว" ไม่รู้จะเรียกทำไมนักหนา ไอ้เราก็เดินล้มลุกคลุกคลานอยู่ เห็นมั้ย เป็นภาระที่เราต้องเดินไปให้เธอกอดอีก 

          โตขึ้นมาอีกนิด เราเริ่มกินอาหารได้ หล่อนก็เอาอะไรนักหนาไม่รู้ เละ ๆ เทะ ๆ มาบดให้เรากิน ไอ้เราจะไม่กินก็ไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะน้อยใจ ก็เอาวะ เอาซะหน่อย เคี้ยวไปเเจ่บ ๆ อย่างนั้นแหละ แม่คุณก็ยิ้มปลื้ม คงนึกว่าเราอร่อยตายล่ะมั้งนั่นน่ะ กล้วยบดนะจ๊ะ เธอจ๋า ในปากฉันตอนนี้น่ะ ถ้าคิดว่ามันอร่อยขนาดนั้น ทำไมไม่ลองทานเองดูมั่งล่ะ
       
          ทีนี้พอเราเริ่มพูดจารู้เรื่องขึ้นมาหน่อย คราวนี้ยังไงล่ะ ผู้หญิงคนนี้กลับขับไล่ไสส่งให้เราไปโรงเรียนซะอีก ไม่ไปก็ไม่ได้ด้วยนะ บางทีมีตีเราเข้าให้อีก ภาษาอะไรนักก็ไม่รู้ เอามาให้เราหัดอ่านหัดเรียนใช่มั้ย ลองคิดดูนะ สัปดาห์หนึ่งต้องไปโรงเรียนตั้งห้าวันน่ะ มันภาระหนักหนาแก่เราแค่ไหน

          แต่พอถึงเวลาเราจะดูทีวี ดูหนังการ์ตูน นอนดึกขึ้นมาสักหน่อย ลองนึกย้อนไปสิ ใครกันเคี่ยวเข็ญให้เราไปนอนด้วย ตัวเองง่วงจะนอนคนเดียวก็ไม่ได้นะ ต้องบังคับให้เราไปนอนเป็นเพื่อนด้วย ใช่มั้ย ที่พูดนี่ไม่ใช่ลำเลิกหรอกนะ เพียงแค่อยากให้เห็นใจกันบ้างเท่านั้น

          วันเวลาผ่านไป เราโตขึ้น แต่แม่ก็ยังไม่ยอมโตตามเราสักที ลูกอยากจะทำผมทำเผ้า แต่งเนื้อเเต่งตัวให้มันดูอินเทรนด์ ดูทันสมัย ใคร ใครกันเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง พูดแล้วขนลุก ผู้หญิงคนนี้มีพัฒนาการไม่คืบหน้าไปไหนเลย ว่ามั้ย

พอเราสำเร็จจบการศึกษาเเล้วเป็นยังไง... เธอร้องไห้ครับ เชื่อเถอะว่าเธอต้องร้องไห้ ถ้าเราไม่เห็นก็แปลว่าเธอต้องแอบร้องไห้ มีอย่างที่ไหน เราคร่ำเคร่งร่ำเรียนมาแทบตาย แล้วตัวเองแท้ ๆ ที่เป็นคนเริ่มเรื่อง พอเราเรียบจบแทนที่จะดีใจดันมาร้องไห้ มีอย่างที่ไหน

          ดีนะว่าเราเข้าใจ คู่มือการเลี้ยงแม่ ก็เลยทำใจได้ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ขอไปฉลองการสำเร็จการศึกษากับพวกเพื่อน ๆ ที่นอกบ้านก่อน ก็แหม เรียนจบทั้งที จะมาให้นั่งดูผู้หญิงแก่ ๆ นั่งร้องไห้ทำไมล่ะ ใช่มั้ย

          เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วนี่ คราวนี้ใคร ๆ ก็ต้องอยากมีแฟน คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็เรื่องมาก ผมยาวไปมั่งล่ะ ดูไม่มีความรับผิดชอบมั่งล่ะ...แม่ แม่จะไปรู้อะไร แม่เคยคบกับเขาเหรอ

          ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นนะ แม่เขายังอยากรู้ไปจนถึงเรื่องอาชีพการงานด้วยว่าเราจะไปทำอะไร อยากเป็นอะไร

          แม่ครับ แม่ไม่รู้สักเรื่องจะได้มั้ยพวกเราจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา อนาคตของเรา ขอให้เราได้ตัดสินมันเอง แต่เรารับรองกับแม่ได้อย่างหนึ่งว่า เราจะไม่เป็นเหมือนแม่หรอก... เชย

          นับจากบรรทัดแรก จนมาถึงบรรทัดนี้ เวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว สมควรที่พวกเราจะแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเองสักที ว่าแล้วเราก็ย้ายออกจากบ้านแม่ มายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง อย่างที่แม่เคยพูดไง แล้วทำไมต้องมาทำตาละห้อยด้วยล่ะ วันที่เราย้ายออกมาน่ะ มันก็ไม่ได้ใกล้ มันก็ไม่ได้ไกลหรอกนะ ไอ้ที่ย้ายออกมาน่ะ แต่เวลามันรัดตัวจริง ๆ ใช้โทร.คุยกันก็ได้นะแม่นะ

          ถึงวันที่เรามีลูก แม่ยังพยายามอยากมาทำตัวเป็นภาระกับลูกเราด้วย เราบอกแม่ว่าไม่ต้องมายุ่งหรอก เราดูแลลูกของเราได้ เด็กสมัยนี้มันไม่เหมือนกับสมัยแม่แล้วล่ะ

          แม่อายุเกือบหกสิบปีแล้ว โทร.มาไอแค่ก ๆ บอกไม่ค่อยสบาย เราบอกแม่ว่าอย่าคิดมาก ในใจเรารู้อยู่แล้วว่าแม่พยายามเรียกร้องความสนใจ นั่นเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของคุณแม่วัยนี้

          จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง คุณโทร.กลับไปที่บ้านแม่ แต่... ไม่มีคนรับสายแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ แม่อาจจะออกไปทำบุญที่วัดตามประสาคนแก่ก็ได้ ลองโทร.เข้ามือถือแม่ดูซิ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก...

          อย่าเพิ่งด่วนสรุป มือถือแม่อาจจะแบตหมดก็ได้ ผู้หญิงคนนี้กระดูกเหล็กจะตายไป เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ ๆ คิดฟุ้งซ่านไปได้ ยังไงแม่ก็ต้องรอเราอยู่เหมือนเดิมน่ะแหละ ไปหาเมื่อไหร่ก็ต้องเจอ อย่างมากแกก็อาจจะงอนนิด ๆ หน่อย ๆ พอเห็นหลานตัวเล็ก ๆ วิ่งเข้าไปกอดก็ขี้คร้านจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้ง หลายวันผ่านไป ทำไมแม่ยังไม่โทร.กลับมาอีกนะ ทำบุญตักบาตรก็ไม่น่าจะรอคิวนานขนาดนี้ ชาร์จแบตมือถือไม่เต็มก็เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เป็นแบตเตอรี่รถสิบล้อป่านนี้ไฟทะลักแล้ว

          วันนี้แวะไปหาแม่สักหน่อยดีกว่า ระหว่างทางที่คุณขับรถไป ลูกคุณซนเป็นลิงอยู่ข้าง ๆ ประโยคมากมายที่หลุดจากปากคุณ ล้วนเเต่เป็นคำที่แม่คุณเคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น คุณเพิ่งสัมผัสได้ ภาพเก่า ๆ มากมายที่ผู้หญิงคนนั้นทำวิ่งวนอยู่ในหัวคุณ ช่างเถอะ.. เดี๋ยวเจอเธอแล้ว คุณจะสารภาพผิด แล้วทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น แล้วคุณก็ได้เจอ คนที่คุณรู้สึกว่าเธอเป็นภาระให้กับคุณมาตั้งแต่เกิด 


ตัวอย่างเรียงความวันแม่

นายปรีชา แยเซาะ
สาขางานยานยนต์ ปวช

เรียงความ“วันแม่แห่งชาติ”เนื่องจากวันที่
12 สิงหา เป็นวันแม่แห่งชาติ ซึ่งทุก ๆ ปีจะมีการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติขึ้น
เพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนนั้นระลึกถึงพระคุณของท่าน ที่ทรงเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เล็ก อุ้มเรามา อบรมสั่งสอนเรา
มาจนกระทั่งได้เติบโตจนถึงวันนี้
ให้เห็นความส าคัญอย่างมาก ถ้าไม่มีท่านก็ไม่มีเราจนถึงวันนี้ ดังนั้น
ทุก ๆ ปี ก็จะมีการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ
ลูก ๆ ทุกคนที่ได้เกิดจากท้องแม่นั้น ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของแม่ผู้หนึ่ง ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน
ประมาณ8-9
เดือน กว่าจะได้ลูกมาสักคนหนึ่ง แม่ต้อง
คอยพยุงอุ้มท้อง
มานานมาก ต้องคอยระวังสิ่ง
ต่าง ๆ ไม่ให้กระทบกระแทก เพื่อให้ลูกที่อยู่ในท้องปลอดภัย ต้องคอยดูแลเอาใจใส่อย่างมาก การทาน
อาหารก็ต้องคอยระวังไม่ให้เกิดอันตรายกับเด็กที่อยู่ในท้อง ต้องทานอาหารที่เป็นประโยชน์เพื่อเด็กใน
ท้องออกมาจะได้มีร่างกายที่แข็
งแรงและสมบูรณ์ วันนั้นแหล่ะที่เป็นความภาคภูมิใจของแม่ ที่ได้เห็นลูก
ออกมาจากท้องแม่ ตอนที่ผมเป็นเด็กผมยังจ าได้ว่าตอนที่ผมเข้าเรียนแรก ๆ คือเข้าชั้นอนุบาล ซึ่งตอน
นั้นผมเป็นเด็กที่ซนมาก ไม่เชื่อฟังครูบาอาจารย์ แม้แต่ตอนขึ้น ป .1-ป .2
ซึ่งยังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง
อะไรเลย
ผมชอบเล่นกับเพื่อน ๆ ไปโรงเรียนก็ไม่ค่อยเรียน ไม่ตั้งใจเรียนชอบเล่น ชอบคุย จนหลายครั้งโดนครูว่า
เอาแปรงลบกระดานแข็ง ๆ ตีนิ้วบ้างหรือใช้ไม้ตีบ้าง ซึ่งบ่อยนักที่ไม่ค่อยฟังครูหรือพ่อแม่ ตอนกลับ
บ้านก็ได้แต่เล่นกับเพื่อน ๆ ตลอด แม่เรียกให้กลับบ้านก็ไม่ย
อมกลับ เวลามีกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะ
วันแม่แห่งชาติ ด้วยความที่เราไม่ค่อยรู้ว่าท าไมถึงจัดกิจกรรมวันแม่หรือกิจกรรมอื่น ๆ รู้แต่ว่าต้องไหว้
แม่ โรงเรียนก็บอกให้ไปเก็บดอกไม้เพื่อเอาไปไหว้แม่ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าวันแม่ส าคัญอย่างไร แล้ววันนั้น
แม่แต่ละคนก็จะซื้อขน
มหรือของต่าง ๆ มาให้เรากิน ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดีใจมากที่ได้กินขนม ผมไป
เรียนไปกลับทุกวันก็เจอพ่อกับแม่ พี่น้องทุก ๆ คน ในบางครั้งบางคราผมอาจจะท าให้แม่ต้องโกรธและ
โมโห
ในสิ่งที่ผมไม่ปฏิบัติ ไม่ฟังแม่
เวลาที่แม่ไปท างานที่ไร่ ส่วนผมไปโรงเรียนพอกลับจากโรงเรียน
แม่ก็ให้ผมอยู่บ้าน แม่ให้ผมตักน้ า ล้างจาน ท าความสะอาดบ้านและท ากับข้าวรอ ผมก็ไม่เชื่อฟังท่าน จน
ท าให้แม่ต้องด่าว่า ๆ ท าไมไม่ล้างจาน ท าความสะอาดบ้าน และท ากับข้าวรอ ทั้ง ๆ ที่แม่ต้องเหน็ด
เหนื่อยจากการไ
ปท างานที่ไร่ แล้วกลับมาบ้านต้องมาด่าว่าลูกอีก ซึ่งหลายครั้งที่ผมท าให้ท่านต้องเป็น
แบบนี้ ท าให้ท่านอารมณ์ไม่ได้ แต่ท่านไม่เคยขับไล่ลูกไปจากบ้าน และไม่เคยตีด้วยซ้ า จนท าให้ผมคิด
ได้ว่าท าไมเราท าห่านต้องไม่สบายใจ อารมณ์ไม่ดี ซึ่งยิ่งท าให้ผมรู้สึกสงสารแม่มากขึ้น
เพราะแม่ต้อง
ท างานหนักก็เพื่อเราเอง เลาเราต้องการสิ่งใด แม่ก็ให้เราเท่าที่จะท าให้ได้เพื่อให้ลูกมีความสุขเหมือน
เพื่อนคนอื่น ๆ แม่ไม่เคยพูดปฏิเสธเลย
ผมได้อยู่กับแม่ตอนผมเรียนอยู่ที่บ้านประมาณ
12-13 ปี ผมไม่
เคยจากบ้านไปไกลที่ไหนหรือห่างจากแม่เลย จนกระทั่งผ
มเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น แล้วผมก็
ได้มาเรียนต่อที่นี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ห่างไกลจากบ้านมาก ซึ่งตอนมาแรก ๆ ผมมีความรู้สึกที่
อยากจะกลับบ้านมากที่สุด คิดถึงพ่อกับแม่เป็นคนแรกและอยากกลับไปหาพ่อกับแม่ ผมคิดว่าท าไมเรา
ต้องมาเรียนไกลถึงขนาดนี้ และก่
อนที่จะมาเรียนที่นี้แม่ผมก็บอกผมว่า ต้องมีความอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ
อย่าคิดว่าจะกลับบ้านง่าย ๆ เพราะเราไปเรียน ไปหาความรู้ ต้องพยายามให้มาก สิ่งที่แม่ได้พูดไปมัน
ย้อนกลับมาหาผม ซึ่งผมกลัวมาก ท าอะไรก็ไม่ถูก เพราะไม่เคยห่างไกลจากบ้านขนาดนี้เลย เป็นชีวิต
ครั้ง
แรกที่ผมได้เจอสิ่งต่าง ๆ มากมาย
ท่านเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่มากและเป็นทุกสิ่งในชีวิตของผม
ในโอกาสวันแม่นี้ ผมก็อยากให้ลูก ๆ ทุกคนนั้นระลึก ถึงพระคุณของท่านที่ท่านได้รับภาระที่
แสนหนักที่ได้เลี้ยงดูเราตั้งแต่เล็กจนโต คอนตักเตือน อบรมสั่งสอน ให้ความรักความห่วงใย
และให้ทุก
สิ่งกับชีวิตเราจนถึงวันนี้ ผมก็อยากให้ลูกทุกคนระลึกถึงท่าน และผมเชื่อว่าในโลกนี้คงไม่มีใครที่ไม่
รู้จักกับค าว่าแม่ ซึ่งมันยิ่งใหญ่มากเกินที่จะมีสิ่งใดมาเทียบกับค าเดียว ค าว่า

แม่

สั้น ๆ ได้

ตัวอย่างเรียงความวันแม่

คำสั้นๆที่เรียกว่า แม่ หรือ มารดา เป็นคำที่เรียกผู้ให้กำเนิด และโดยทั่วไปก็คือ แม่ที่เป็นบุคคลสำคัญของครอบครัวแบบ พ่อ แม่ และ ลูก แม่ เป็นผู้ให้กำเนิด ผู้มีพระคุณต่อลูก คอยดูแลเอาใจใส่ลูก และสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี ถือได้ว่าเป็นครูคนแรกของลูกๆ นั้นเป็นความรักที่แท้จริง จากแม่ที่มีให้ลูก หาความรักนี้จากที่ไหนไม่ได้ นอกจาก “ผู้เป็นแม่” แม่ หรือว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วและให้กำเนิดลูก และลูกก็จะเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า “แม่” โดยทั่วไปแล้ว คำว่าแม่ แต่ละภาษามักจะใช้อักษร “ม” เหมือนกันหมด เช่น คนไทย จะเรียกผู้ที่ให้กำเนิดว่า “แม่” ภาษาอังกฤษ จะเรียกผู้ที่ให้กำเนิดว่า “มาเธอร์ (Mother)” หรือ “มัม (Mom)” ภาษาสันสกฤต จะเรียกผู้ให้กำเนิดว่า “มารดา” ภาษาบาลี จะเรียกผู้ให้กำเนิดว่า “มาตา” คนจีน จะเรียกผู้ให้กำเนิดว่า “ม่าม้า” (แต้จิ๋ว) จีนกลางอ่านว่า มาหมะ (妈妈) คนแขก จะเรียกผู้ให้กำเนิดว่า “มามี้” คนฝรั่งเศส จะเรียกผู้ให้กำเนิดว่า “มามอง” คนญี่ปุ่น จะเรียกผู้ให้กำเนิดว่า “โอก้าซัง” คนเกาหลี เรียกผู้ให้กำเนิดว่า “ออมม่า” คนเวียดนาม เรียกผู้ให้กำเนิดว่า “แม๊” ออกเสียงใกล้เคียงภาษาไทยมาก ดังนั้น คำว่า “แม่” เป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ สูงส่งที่สุด เป็นคำที่ไพเราะกินใจเสมอสำหรับลูกๆ ทุกคน เป็นคำที่ประกอบไปด้วยศักดิ์ศรีและ เกียรติภูมิอันมีค่าที่ลูกๆทุกคน ควรจะต้องเทิดทูนบูชาสักการะ และจะต้องควรระลึกอยู่เสมอ ในพระคุณของแม่ อย่างที่ไม่มีวันเสื่อมคลายลูกทุกๆ คนควรตอบแทนพระคุณพ่อแม่ หรือ ผู้ที่ให้การดูแล เลี้ยงดู เราเปรียบเสมือน “ต้นไม้ที่ได้รับการดูแลให้น้ำให้ปุ๋ยไปบำรุงลำต้นจนสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลา ไม่ยอมออกดอกออกผล ก็ต้องโค่นทิ้ง คนที่ได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ แต่ไม่ยอมตอบแทนคุณพ่อแม่ก็เป็นคนหนักแผ่นดินทองคำ แท้หรือไม่โดนไฟก็รู้ คนดีแแท้หรือไม่ให้ดูตรงที่เลี้ยงพ่อแม่ ถ้าดีจริงต้องเลี้ยงพ่อแม่ ถ้าไม่เลี้ยง แสดงว่าดีไม่จริง เป็นพวกทองชุบ ทองเก๊”

ตัวอย่างเรียงความวันแม่
ด.ญ. จันทรามาศ ประดิษฐพล (ปลา) นักเรียนชั้นม.๓ โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก

ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่เสมอสำหรับข้าพเจ้า ไม่มีใครในโลกนี้อีกแล้วที่จะรักเรายิ่งกว่าชีวิต รักชั่วนิรันดร์ และยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูก ให้อภัยลูก แม้ว่าลูกจะทำผิดมาสักกี่ครั้งก็ตาม เป็นความรัก ที่อยู่เหนือ กาลเวลา และเหนือเหตุผลอื่นใด แม่มีความรักให้ลูก มีเยื่อใยระหว่างแม่และลูกที่ไม่สามารถตัดขาดได้ แม่เป็นแม่ที่ดีของลูกอยู่เสมอ นับตั้งแต่ ข้าพเจ้าจำความได้ ข้าพเจ้านับได้ไม่ถึงครั้งเลยด้วยซ้ำ กับการได้เห็นหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่า “แม่” ตั้งแต่เล็ก จนโต ข้าพเจ้าจะได้อยู่กับอา ปู่ และย่ามากที่สุด จนจะคิดว่าเขาเป็นพ่อ-แม่ เราอยู่แล้ว แต่จนมา วันหนึ่ง แม่ก็ได้มาเยี่ยมข้าพเจ้า มาถามว่าข้าพเจ้าอยู่นี่เป็นอย่างไร มีความสุขไหม แต่ข้าพเจ้า ก็ตอบ ความเป็นจริง อย่างที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่า สนุกและมีความสุขเมื่อได้มาอยู่ที่นี่ แต่รู้หรือไม่ว่า แม่ของข้าพเจ้า มาพร้อมกับใคร มากับคนที่จะขึ้นชื่อได้ว่าเป็น “พ่อ” หรือ “พ่อเลี้ยง” ของข้าพเจ้า และลูกคนใหม่ของเขา ที่จริง ก็นับว่า เป็นน้องของข้าพเจ้าเช่นกัน เฮ้อ! เหนื่อยใจกับชีวิตของข้าพเจ้าจริง…จริง นับตั้งแต่วันนั้นที่ข้าพเจ้าได้เจอกับแม่ ก็ทำให้ข้าพเจ้ามีคำถามคอยถามตัวเองมาตลอดว่า ทำไม…ทำไม แล้วก็ทำไม? เราถึงไม่มีครอบครัวที่อยู่กันอย่างมีความสุขและอบอุ่น ได้อยู่กัน พร้อมหน้าพร้อมตา แบบคนอื่น บ้างนะ บางครั้งข้าพเจ้าก็รู้สึกน้อยใจ ที่แม่ของข้าพเจ้า แบ่งความรักที่เต็มร้อย ให้กับน้อง ที่ข้าพเจ้า ไม่มีความรู้สึกที่ว่าเขาเป็นน้องของข้าพเจ้าเลย และทุกครั้ง ที่แม่โอบกอดน้อง มันทำให้ คิดถึง ข้าพเจ้าตอนเด็กๆที่ไม่เคยมีแม่คนนี้มาโอบกอดเลย และ ทุกครั้งที่เห็นแม่และน้อง ไปเที่ยวด้วยกัน ข้าพเจ้า รู้สึกเหมือนว่า เป็นส่วนเกินของครอบครัวนี้ เป็นลูกนอกคอก ที่ใครต่อใครไม่ต้องการ ข้าพเจ้าถามตัวเอง ตลอดเวลาว่า ข้าพเจ้าเป็นลูกเขาหรือเปล่า หรือเป็นลูกใครกันแน่ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันทำให้ข้าพเจ้ารู้แน่ๆว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่ลูกของเขา มันคือความคิดที่คิดในเวลานั้น เขายอม ยกข้าพเจ้า ให้กับอาเพียงแค่เงินไม่กี่บาท ข้าพเจ้าอยากถามทุกคนว่า นี้หรือความรัก ของแม่ที่มีให้ต่อลูก ระยะเวลา ๑๑ ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับความรักจากผู้เป็นแม่ ได้รู้จักแต่ความรัก ที่อาหยิบยื่นมาให้ ด้วยความรัก ที่เต็มร้อย ข้าพเจ้าเขียนและอ่านคำว่าแม่ได้ แต่ข้าพเจ้าไม่รู้จัก ความหมาย และไม่เคยเห็น ตัวตน วันที่ข้าพเจ้ารู้สึก”เจ็บ” และอยากร้องไห้ และอยากตะโกนให้โลกรู้ว่า “ข้าพเจ้าเกลียดแม่” เป็นวันที่ ข้าพเจ้าต้องไป จับฉลากเตรียมขึ้น ม.๑ อาของข้าพเจ้าบอกกับแม่ว่า ไปให้ กำ-ลัง-ใจ ปลาหน่อยซิ ตอนนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกว่า ตื่นเต้นและดีใจมาก ว่าแม่ของข้าพเจ้าจะต้องไปให้ กำ-ลัง-ใจ แน่ๆเลย มันเป็น ความระทึกใจ ที่ไม่มีอะไร จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่สิ่งที่แม่ข้าพเจ้า เอ่ยปากออกมาว่า “ไม่ไปหรอก มันจะเป็น อย่างไรก็ช่าง สอบได้-ไม่ได้ ก็ช่างหัวมัน” ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า ไม่อยากไปจับฉลากแล้ว ความรู้สึกที่ปวดร้าว น้ำตา ที่อยาก จะรินไหลออกมา ในตอนนั้นอยากให้แม่ได้รู้ว่า ข้าพเจ้าหวังเพียงสักครั้ง ที่จะให้แม่ เข้ามา โอบกอดข้าพเจ้า และถามว่าสบายดีไหม? แต่…ไม่มีเลย แม้แต่เสียงที่เปล่งออกมา จากหัวใจของแม่ แต่แล้ว พอข้าพเจ้า ลงจากเวทีการจับฉลาก ข้าพเจ้าเห็นผู้หญิงคนแรก ที่มายืนต่อหน้าข้าพเจ้า ไม่ใช่ใครเลย คนๆ นั้น คือ “แม่” ของข้าพเจ้านั่นเอง ความรู้สึกตอนนั้นของข้าพเจ้า เหมือนโลกสดใสงดงามขึ้นกว่าเดิม ข้าพเจ้า มีความรู้สึก เข้าใจแม่มาก จนข้าพเจ้าได้เข้ามาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ จนเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าอยากกราบขอโทษแม่ที่คิดไม่ดีและไม่เข้า ใจในแต่ก่อน คือตอนที่ข้าพเจ้า มีดบาด และต้องผ่าตัด ต่อเส้นเอ็น ข้าพเจ้าได้โทร.ไปหาแม่ บอกแม่ว่า ข้าพเจ้าต้องผ่าตัด เสียงที่แม่ พูดออกมา สั่นเครือเหมือนน้ำตาแม่จะไหล แค่ได้รู้ว่าแม่ห่วงใยข้าพเจ้า แค่นี้ก็ทำให้ข้าพเจ้าดีใจแล้ว หลังจากนั้น ไม่กี่วัน ข้าพเจ้ารู้ว่า วันที่ข้าพเจ้าเข้าห้องผ่าตัด และวันที่แม่รู้เหตุการณ์ แม่ร้องไห้ แทบจะ เป็นลม ล้มพับลงกับพื้น ในเวลานั้นข้าพเจ้าอยากวิ่งออกมาจากห้องผ่าตัด แล้วมากอดแม่ และ ทุกครั้ง ที่ข้าพเจ้าถามแม่ว่า ตอนที่ข้าพเจ้าเข้าห้องผ่าตัดแม่ร้องไห้เหรอ แต่แม่กลับตอบว่า “เปล่า! ไม่ได้ร้องไห้ ฝุ่นมัน เข้าตาเฉยๆ” นับตั้งแต่วันนั้น ข้าพเจ้าเข้าใจความรักของแม่ จนถึงทุกวันนี้ วันแม่ปีนี้อยากบอกแม่คำเดียวว่า “รักแม่” แม้เป็นเพียงคำสั้นๆแต่ก็ออกมาจากหัวใจของลูกคนนี้ และจะ “รักแม่” ตลอดไปค่ะ แม่จ๋า…จากนี้ลูกจะรัก… จะหวงแหนทุกนาทีทุกเวลา… จะถนอมความสัมพันธ์เพื่อพันผูก… จะร่วมร้อยถ้อยเรียงเคียงคู่กัน… จะฟูมฟักความสัมพันธ์ที่ฝันหา… ที่มีค่าตอนเราอยู่ด้วยกัน… จะร่วมปลูกต้นรักถักความฝัน… เป็นมาลัยจากฉันสู่แม่เอย…


คลิป เรียงความวันแม่
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=gWS3W07yaOw" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=gWS3W07yaOw</a>

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=GYMLWulUOYs" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=GYMLWulUOYs</a>


เรียงความวันแม่ เรียงความเรื่องแม่

อ่านเรียงความวันแม่ทั้งหมด >>> http://www.jamjung.com/variety/article-mother.html




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 30, 2013, 01:39:10 PM โดย ผจกบ. »

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
ตัวอย่างเรียงความวันแม่
แม่ของฉัน คุณ comdet

ตั้นแต่ฉันได้มาสัมผัสกับอากาศภายนอกในโลกแห่งนี้ ที่เต็มไปด้วยเรื่องรวมต่างๆมากมายนานับประการ ฉันก็ได้เห็นและพบกับ ใบหน้าผู้ชายคนหนึ่งที่ อู้มฉันอยู่ และฉันก็รู้ว่าคนนั้นคือคนที่ได้ให้ชีวิตฉันนั่นเอง และต่อมา ฉันก็พอกับผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ พร้อมกับรอบยิ้ม ฉับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกประหลาด ว่าคนๆนี้รักฉันมากเพียงใด ต่อมาฉันได้ถูกเลี้ยงมากับบุคคลทั้ง 2 คน ฉันควมคุมตังเองไม่ได้ซักอย่าง ฉันหิว ฉันก็ต้องร้องไห ฉับเจ็บ ฉันก็ต้องร้อง พอฉันไม่พอใจฉันก็ต้องร้องไห และทุกครั้งที่ฉันร้องไหนั้นเพียงไม่นานก็รู้ว่ามีคนมาคอยอุ้มฉันแล้ว มันทำให้ฉันนั้นรู้ว่ามีความอบอุ่นอยู่ข้างๆกายฉันและเมื่อฉันโตมาเพียงพอ ที่ฉันจะพยายามลุกขึ้นมาเดินได้ และวันนั้นฉันดีใจที่สุด เมื่อฉันนั้นพยายามตั้งตัวเองให้ตรงพับพื้น และพยายามก้ามไปข้างหน้าได้เป็นก้าวแรก แล้วก็อีกเช่นกัน มีคนที่ดีใจกว่าฉันที่คอยเฝ้ามอง ดูแลประคองฉันให้เดินไปข้างหน้าได้ พอฉันได้เรียนรู้อะไรมากพอที่ฉันจะดูแลตัวเองได้ในส่วนหนึ่งฉันก็เริ่มได้ รู้จักโรงเรียน ที่นั่นมีเพื่อนให้คอยเล่นมากมาย บุคคลที่คอยสอนฉันให้ฉลาด เพียบพร้อมในเรื่องการศึกษา ฉันถูกสอนอยู่ที่นั่นโดยมีคนมาคอยดูแลรับส่งฉันทุกวัน และทุกครั้งเมื่อฉันกลับถึงบ้างก็มีคนคอยดูแลสอบถามฉัน ว่าวันนี้เป็งยังไง เรียนอะไรบ้าง พอฉันโตมามากพอ ฉันก็ได้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา มันทำให้ฉันได้เข้าไปอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยเพื่อนฝูงมากมาย และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และทุกๆครั้งที่ฉันกลับบ้าน ก็มีคน มาหยุดความสนุกสนานนั้นเอาไว้ โดยการกล่าวตักเตือนฉันในเรื่องต่างๆ จนฉันนั้นรู้สึกเหมือนว่ามันกลายเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ จนบางครั้ง มันก็ต้องทำให้ฉันโกรธ และเกิดความไม่พอใจ ขณะที่คนๆนั้นยังคอย ดูแลฉันในเรื่องต่างๆมากมาย ที่ฉันคิดไม่ถึง และเมื่อฉันโตมาเป็นผู้ใหญ่ จนฉันดูแลตัวเองได้ ฉันก็ต้องทำงาน ต่างๆ และก็ยังมีคนที่ ฉันต้องห่วงใย และ เพราะคนๆนั้น ต้องการความรักจากฉันดั่งที่เขาให้ความรักแก่ฉัน และ คนๆนั้นคือ “แม่” ของฉันนั่นเอง และไม่มีอย่างอืนอีกแล้วที่ฉันให้ได้มากกว่าสิ่งของหรือใดๆ ฉันจะเข้าไป กอด และบอก “รัก” ที่ตักแม่ของฉัน


ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
ตัวอย่างเรียงความวันแม่
คุณ ไพลินสีเงิน

แม่เปรียบเสมือนครูคนแรกของฉัน เป็นคนสอนให้ฉันรู้จักกับคำ คำแรกของชีวิตและคำแรกที่ฉันพูดได้คือคำว่า “แม่” คำ ที่มีความหมายมากที่สุดในชีวิตของฉัน แม่ตั้งครรภ์มาตั้ง ๙ เดือน หนักแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยบ่น เสียสละทั้งกายและใจ เพื่อลูกได้ ถึงแม้จะหิวขนาดไหนแม่ก็ไม่เคยบ่นเลย ขอให้ลูกได้อิ่มก็พอแล้ว แม่เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ค่อยส่องแสงให้ฉัน ในยามที่ฉันท้อแท้ หมดแรง หมดหวัง คอยให้กำลังใจฉันเสมอมา ฉันคิดว่าหน้าผากของแม่มีรอยหยักเพิ่มขึ้น แล้วแม่ถอนผมหงอกมากขึ้น ฉันจะตอบแทนพระคุณของแม่ ฉันจะทำให้แม่หายเหนื่อยฉันจะเป็นคนจูงแม่เมื่อแม่แก่ จะป้อนข้าวเมื่อแม่เจ็บป่วย ฉันจำเหนื่อนแทนแม่เอง “ฉันสัญญา” คำว่าแม่เป็นเพียงคำสั้นๆ ที่ทุกคนไม่เคยนึกถึงไม่เคยให้ความสำคัญกับคำๆนี้ ทั้งๆที่คำนี้มีความหมายมาก แม่เป็นครูคนแรกที่สอนให้เรารู้จักกับสิ่งต่างๆ คอยอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูฉันมาตลอด ตั้งแต่อยู่ในท้องจนคลอดออกมา แม่ก็ยังรักลูกอยู่เสมอ แม้ว่าลูกจะทำผิดขนาดไหนแต่แม่ก็ยังให้อภัยเสมอ ไม่เคยโกรธลูกที่แม่เคยดุเคยด่าลูก เพราะว่าแม่เป็นห่วง แต่ท่านจะทำอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจะบ่นและด่าลูกกลับมองว่าแม่นั้นเกลียดลูกไม่รักลูก ถ้าหากว่าแม่ไม่รักลูกแม่คงไม่เลี้ยงจนถึงตอนนี้ ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก แม่ทุกคนรักลูกของตัวเองแม่ทุ่มเททุกอย่งเพื่อลูก แม่ ทุ่มเทหาเงินเพื่อที่จะให้ฉันได้เรียนหนังสือ แม้ตัวท่านจะลำบากหรือเหนื่อยขนาดไหนท่านก็ยอมเพื่อที่จะให้ลูกได้ดี แม่คอยให้กำลังใจฉันอยู่เสมอ ไม่เคยทิ้งให้ฉันต้องแก้ปัญหาอยู่ตามลำพัง เวลาฉันมีปัญหาแม่ก็จะคอยปลอบ คอยอยู่ข้างๆมาตลอดไม่เคยทอดทิ้งให้ฉันต้องอยู่คนเดียว แม่จะคอยส่งเสริมและอบรมฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่พูดออกมานั้นทั้งหมดคือ “คำสั่งสอน” ของแม่ แต่ฉันไม่เคยนึกถึงเลย แม่ เป็นกำลังใจสำคัญของฉัน กำลังใจของแม่ทำให้ฉันมีความหวังที่จะทำในสิ่งต่างๆ ถ้าไม่มีแม่จะทำให้ฉันลำบาก เพราะแม่ทำทุกอย่างสำหรับฉัน แม้จะต้องเหนื่อยแม่ไม่เคยบ่น พระคุณของแม่นั้นยิ่งใหญ่และมีค่ามากไม่สามารถหาสิ่งใดตอบแทนได้ สิ่งที่จะทำให้แม่มีความสุข นั้นก็คือ เห็นลูกเป็นคนดีแค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว สุดท้ายนี้ ฉันขอให้แม่มีความสุข ฉันจะทำให้แม่หายเหนื่อย จะตอบแทนพระคุณของแม่ จะเป็นจูงแม่เมื่อแม่แก่ จะดูแลเมื่อแม่เจ็บป่วย หนูจะเหนื่อยแทนแม่เอง “ฉันสัญญา” ดิฉันจึงขอเอาบทประพันธ์ มาให้ลูกทุกคนอ่านเพื่อน้อมระลึกถึงพระคุณของแม่ ในวันนั้นที่ลูกมีความทุกข์ แม่ช่วยปลูกแรงใจให้เข็มแข็ง ทำให้ลูกก้าวไปไม่อ่อนแรง รักแสงแพงล้ำค่าแม่รักเรา ในวันนั้นที่ลูกมีความสุข แม่หมดทุกข์ปลื้มใจให้สุขสันต์ ทำเพื่อลูกปลูกรักตลอดชีวัน รักแม่นั้นพันธ์ผูกลูกรักแม่