ผู้เขียน หัวข้อ: เรียงความวันพ่อ เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน ตัวอย่างเรียงความวันพ่อของฉัน  (อ่าน 58993 ครั้ง)

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน





เรียงความวันพ่อ เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน ตัวอย่างเรียงความวันพ่อของฉัน /// เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน “ทำไมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว” 

อีสานซิ่ง ได้ทำการรวบรวมตัวอย่างเรียงความวันพ่อ ของน้องๆนักเรียน นักศึกษา จากเว็บต่างๆ เพื่อเป็นแนวทาง ทำการบ้านส่งครูครับ

ที่มา เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน
น.ส.ปวีณา อินทะปัญญา ผู้ได้รับรางวัลที่ 2

http://www.vibhavadi.com

พ่อบอกพ่อสอนเราหลายอย่าง เว้นอยู่อย่างเดียวที่พ่อไม่เคยบอก ก็คือ “ ให้เราทุกคนรักพ่อ ” แต่เราก็รู้สึกด้วยหัวใจเราเองจากสิ่งที่พ่อทำ
เราเคยสงสัยรึเปล่าว่าทำไมเราเกิดมาต้องมีพ่อทั้งสองคน? ซึ่งเราทุกคนชาวไทยมีพ่อคนนี้เป็นพ่อเหมือนอย่างเรา พ่อที่เราพูดถึงอยู่นี้ก็คือ ก็คือ พ่อหลวงของทุกๆคน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นมากกว่าพระมหากษัตริย์ เพราะทรงเป็นพ่อ และทรงเป็นมากยิ่งกว่าพ่อ และทรงให้มากกว่าชีวิต พ่อคนเป็น ผู้คิด ผู้สร้าง หลักนำใจเพื่อใช้ชีวิตให้เรารู้จักเพียงพอ ให้เรารู้จักถูกผิด ตามเส้นทางชีวิตของพ่อ ในหลวงของเราทรงงานหนักมาโดยตลอด สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย พ่อหลวงเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงห่วงใยและให้ความช่วยเหลือประชาชนในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้เราบริหารจัดการ ให้อยู่อย่างพอเพียงตามอัถภาพของแต่ละคน เมื่อน้ำท่วมก็หยิบยื่นความช่วยเหลือมาโดยตลอด และเมื่อเกิดภัยแล้งพระองค์ก็ทรงมีโครงการฝนเทียม เพื่อแก้ไขภัยแล้งให้กับประชาชนชาวไทย เพื่อให้มีน้ำใช้ น้ำบริโภค น้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ทำให้ประชาชนมีอยู่มีกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขสบายของลูกๆของพระองค์ พ่อทรงเหนื่อยเรารับรู้ได้ แต่พระองค์ไม่เคยตรัสเลยสักคำว่า “เหนื่อย” จนบางครั้งเราก็อดคิดไม่ได้ว่า เราทำงานยังรู้สึกเหนื่อย แล้วพ่อหลวงล่ะทรงงานมากกว่าเราเป็นล้านเท่า พ่อจะเหนื่อยสักแค่ไหน พ่อเคยพักบ้างไหม เพราะที่เราเห็นกันทุกวัน พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย วันหนึ่งๆต้องเสด็จไปไม่รู้กี่ที่ สิ่งที่พ่อทำ พ่อให้เรา มันบรรยายไม่ถูก แต่เชื่อว่าลูกๆทุกคนรับรู้มันด้วยใจ จะมีลูกคนไหนในผืนแผ่นดินไทยนี้ที่จะไม่รักพ่อบ้าง? เพราะสิ่งที่เราเห็นมันก็ยืนยันได้ว่า พ่อรักลูกทุกๆคนอย่างหาที่สุดไม่ได้ สำหรับดิฉัน รักพ่อหลวงเพราะพ่อทรงสอนให้ดิฉันรักตัวเอง ตั้งแต่การใช้ชีวิตที่ถูกที่ชอบ พ่อมีธรรมะ การประกอบสัมมาอาชีวะ การรู้จักความพอเพียงและพอดี รักที่พระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักคนอื่น(พี่น้องร่วมแผ่นดิน) โดยปราศจากอคติ และไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะทางสังคม แม้กระทั่งลัทธิทางการเมือง รักพ่อที่ทรงสอนให้ดิฉันรักธรรมชาติ รักป่าไม้ รักต้นน้ำลำธาร รักผืนดิน รักสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสัตว์ต่างๆ ดิฉันรักพ่อหลวงก็เพราะพระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักและภูมิใจที่เกิดมาเป็นคน ไทย ในชาติไทยที่มีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ พระบารมีที่เกิดจากน้ำพระราชหฤทัย น้ำพักน้ำแรง มันสมอง หยาดเหงื่อ ของพระองค์ ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ครองราชย์ พระเมตตาของพระองค์เปี่ยมล้นมากยิ่งนัก พ่อทำเพื่อลูกมากมายเพียงนี้ แล้วทำไมดิฉันถึงไม่รักพ่อหลวงล่ะคะ

     ภูมิใจและดีใจที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อหลวง สิ่งที่ลุกจะตอบแทนให้พ่อ มันคงเทียบเท่ากับสิ่งที่พ่อ ทำให้ลูกไม่ได้ แต่ลูกคนนี้ขอสัญญาว่าจะเป็น “คนดี” ให้พ่อภูมิใจ จะเดินตามเส้นทางของพ่อและลูกจะขอเป็นข้าฯฝ่าพระบาทของพ่อทุกชาติไปวันนี้ สิ่งที่ลูกอยากบอกพ่อก็คือ “ ถึงพ่อจะไม่เคยบอกเคยสอนให้รักพ่อ แต่ลูกก็รักพ่อสุดขั้วหัวใจของลูกจริงๆพ่อ”



หัวข้ออื่นๆ เกี่ยวกับวันพ่อ

อ้างถึง
การ์ดวันพ่อ ตัวอย่างการ์ดวันพ่อ

คําขวัญวันพ่อ

เรียงความวันพ่อ

กลอนวันพ่อ ภาษาอังกฤษ

คําคมวันพ่อ ภาษาอังกฤษ

คําอวยพรวันพ่อ ภาษาอังกฤษ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2013, 09:07:51 PM โดย ผจกบ. »

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
ตัวอย่างเรียงความวันพ่อ โดย นายวุฒิชัย เจาะโพ ปวช.1

เรียงความ เรื่องวันพ่อแห่งชาติ
ชายคนหนึ่งต้องท่างานหนัก ชายคนหนึ่งต้องตื่นแต่เช้า ชายคนหนึ่งต้องหาเช้ากินค่่า ชายคนหนึ่งต้องตากแดดตากฝน ชายคนหนึ่งต้องอดมื้อกินมื้อ ชายคนหนึ่งกินข้าวไม่ค่อยอิ่ม ชายคนหนึ่งต้องใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ชายคนหนึ่งต้องท่าไร่ท่านา ชายคนหนึ่งที่เคยผ่านอะไรมามากมาย ชายคนหนึ่งโดนมีดบาดมือเป็นประจ่า ชายคนหนึ่งสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี ชายคนนั้นอายุมากแล้ว ชายคนหนึ่งก่าลังเฝ้ารอคอยการกลับมาของใครบางคน ชายคนนั้นก็คือพ่อของผม
ผมเป็นลูกชาวนาจน ๆ คนหนึ่ง ในช่วงหน้าฝนนั้นพ่อจะพาผมไปที่ไร่เพื่อดายหญ้า ถางหญ้า ล้อมรั้วรอบ ๆไร่ เพื่อไม่ให้วัวควายเข้าไปในไร่ ให้วัวควายเข้าไปเฉพาะในนาเท่านั้น พ่อของผมท่านไม่ค่อยได้พักผ่อนเพราะมีงานให้ท่าอยู่มากมาย พ่อมักจะโดนมีดบาดมืออยู่เสมอเพราะท่านเป็นคนที่ขยัน เร่งรีบและใจร้อน พ่อของผมท่านต้องท่างานเกือบทุกย่าง เพื่อท่าหน้าที่ผู้น่าครอบครัว ผมมีพี่น้องอยู่หลายคนแต่ส่วนใหญ่แล้วแต่งงานกันหมดแล้ว ต้องสร้างครอบครัวของตนเอง ท่าให้ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลพ่อกับแม่ ส่วนที่เหลือก็ก่าลังเรียนอยู่ พี่สาวของผมที่ก่าลังเรียนอยู่นั้น ได้กลับบ้านเป็นประจ่าเพราะโรงเรียนอยู่ไม่ค่อยไกล ผมเป็นลูกคนสุดท้องไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะโรงเรียนของผมนั้นอยู่ห่างไกลจากบ้าน ท่าให้ไม่ค่อยได้อยู่ดูแลพ่อกับแม่ ซึ่งท่านทั้งสองนั้นมีอายุมากแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมสามารถท่าเพื่อท่านได้นั่นก็คือ ตั้งใจเรียนสวดอธิฐานภาวนาเพื่อท่านให้มีสุขภาพร่ายการที่แข็งแรง พ่อมักจะสอนผมอยู่เสมอว่าต้องตั้งใจเรียน เรียนให้สูงๆ จะได้มีงานท่าที่ดีไม่ต้องล่าบากเหมือนกับท่าน พ่อสอนสานตะกร้าด้วยไม้ไผ่ ท่าด้ามมีด ด้ามจอบ ด้ามเสียม ลับมีด เลื้อยไม้ ตอกตะปูและอะไรต่าง ๆ ให้ผมมากมาย พอถึงหน้าฝนพ่อจะสอนให้ผมด่านาเป็น เกี่ยวข้าวเป็น ตีข้าวเป็น ต่าข้าวเป็น ในตอนเด็ก ๆ นั้นพ่อผมจะเล่านิทานให้ผมฟังก่อนนอนทุกครั้ง ตอนนี้ผมยังจ่านิทานทุกเรื่องที่พ่อเล่าให้ผมฟังได้อยู่ ตอนนี้พ่อของผมท่านอายุมากแล้ว ท่าให้สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พ่อมักจะปวดหลังปวดหัวอยู่เสมอ ผมจึงนวดหลังให้พ่ออยู่เสมอเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย เมื่อถึงเวลาเปิดเรียนแล้วนั้น ผมต้องเดินทางไปเรียนทุกครั้งที่ผมจะไปเรียนนั้นแม่ของผมท่านจะร้องไห้ทุกครั้ง ผมต้องปลอบใจแม่ทุกครั้งก่อนเดินทางไปเรียนในช่วงเปิดเรียน ผมเป็นห่วงท่านทั้งสองและคิดถึงท่านทั้งสองเสมอ เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาตินี้ ผมขอให้พ่อมีสุขภาพร่างกายที่สมบรูณ์และอยากบอกพ่อว่า “ผมรักพ่อ”

นายวุฒิชัย เจาะโพ ปวช.1
สาขางาน ยานยนต์

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
ตัวอย่างเรียงความวันพ่อแห่งชาติ คำว่าพ่อ


คำว่า”พ่อ” คนส่วนมากคงคิดถึงเพศที่เข้มแข็งและปกป้อง แต่สำหรับฉัน”พ่อ” หมายถึง ผู้ ที่มีเมตตา กรุณา และสอนฉันด้วยเหตุผลไม่ใช้กำลังเป็นเครื่องตัดสิน สอนให้  พ คือ พอเพียง พึ่งพา และพิจารณา ฉันเชื่อว่าคำสอนทั้ง “ 3 พ.” นี้เพียงพอสำหรับการสร้างเด็กน้อย 2 คนนี้ ที่ได้ชื่อว่า เป็นลูกพ่อให้เป็นคนดีในอนาคตได้

      พ.แรก ที่พ่อสอนคือ “พอเพียง “ ซึ่งไปสอดคล้องกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯ ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คือ สอนให้ฉัน รู้จักประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้ม กันตนเอง รู้จักประมาณฐานะของตนเอง ว่าควรปฏิบัติตน   และใช้จ่ายอย่างไรจึงจะเหมาะสม (ถ้ายังทำตัวไม่เหมาะสม ก็ควรปฏิวัติเสีย ชีวิตจะดีขึ้น) รู้จัก ใช้เหตุผลในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวัน  เพราะถ้าเราขาดการ ตัดสินใจที่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ และพ่อยังคอยดูและสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกๆ รู้จักป้องกันตัวเองจากสิ่ง แวดล้อมที่เย้ายวน หรือ ล่อแหลมให้หลงผิดได้

     พ.ตัวที่สองคือ “พึ่งพา” บางคนอาจเข้าใจผิดว่า พ่อสอนให้ฉันพึ่งพาคนอื่น แต่มันกลับ
ผิด กันโดยสิ้นเชิง เพราะพ่อสอนให้ฉัน พึ่งพาตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  คำสอนของพ่อ พ.นี้ ทำให้ฉันรู้จักทำงานด้วยตัวเอง คิดเอง ทำเอง และพึ่งตนเองเป็นอันดับแรก  เพราะในสังคมปัจจุบันมีการแข่งขันสูง เราจึงต้องพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด(นี่เป็นการที่พ่อมองการณ์ไกล)และฝึก ให้ลูกทำตั้งแต่เล็กจนโต

        พ.ตัวที่สาม คือ “พิจารณา” คำว่าพิจารณาคงไม่ได้เกี่ยวกับความผิดเพียงอย่างเดียว
หรือ การให้ผู้อื่นมาตัดสินตัวฉันก็คงไม่ใช่   เพราะพ่อสอนให้ฉันพิจารณาตนเองอยู่เสมอ ความหมายของข้อนี้ก็คงจะไปสอดคล้องกับ พ.ตัว ที่สอง คือ พ่อสอนให้พึ่งพาตนแล้วก็มักมีเรื่องผิดพลาดบ้าง  พ่อก็จะสอนให้พิจารณาความ ผิดนั้น และหาข้อแก้ไข หรือปรับปรุงด้วยตัวฉันเอง

        การสอนพ่อนั้นคงไม่มีกฎหรือทฤษฎีที่ตายตัว แต่พ่อมักยกตัวอย่างข้อผิดพลาดที่เกิดจาก ตัวท่านเอง หรือเกิดจากผู้อื่นมาสอนฉันและความผิดของฉันด้วย ทำให้ฉันต้องทำงานมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด  พ่อ คือ ผู้สอนวิชาดำเนินชีวิต แต่ท่านก็ไม่เคยทิ้งการเรียนในห้องเรียน เพราะท่านพูดเสมอว่า”ความรู้เท่านั้นที่ใช้ในการอยู่รอดในสังคมที่วุ่นวาย นี้ได้ “ ท่าน ทุ่มสุดตัวเพื่อให้ลูกเรียนรู้ในสิ่งที่ดี แม้ต้องทำงานหนักเพียงใด ท่านก็ต้องดูแลต้นไม้สองต้นนี้ คือ ลูกๆของท่านให้เติบโตเป็นต้นไม้พันธุ์ดีต่อไปในอนาคต สุดท้ายนี้ลูกคงไม่มีคำหวานคำใดที่ลูกจะมอบให้พ่อ นอกจากคำว่า “ลูกรักพ่อ”และพ่อคงไม่ใช่ผู้ชายในฝันของฉัน เพราะฉันเกิดมาก็เห็นหน้าพ่อที่แสนดีของฉันแล้ว


ไม่ระบุผู้เรียงความ

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
ตัวอย่างเรียงความวันพ่อแห่งชาติ พ่อของฉัน โดย นางสาวธัญลักษณ์ แสงสุวรรณ อายุ  16 ปี

หากจะกล่าวถึงผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่ไม่ใช่ซุปเปอร์แมนแต่อ้อมแขนของเขาก็อบอุ่นเสมอ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่บุคคลในฝันที่พร่ำเพ้อแต่ก็เป็นยอดมนุษย์ในดวงใจใครหลายๆคน ยามใดที่ทุกข์ท้อกำลังใจมากมายเขามีให้ ผู้ชายที่รักเราด้วยหัวใจ ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ใคร เขาคือผู้ชายที่เราเรียกว่า “พ่อ”         
 
     ครอบครัวของฉันประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่สาวสองคนและฉัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวของฉันมีมาก จึงทำให้พ่อต้องทำงานอย่างหนัก  ในตอนแรกพ่อของฉันปั่นจักรยานขายไอศกรีมแต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจทำให้เงินไม่พอที่จะเลี้ยงครอบครัว ในบ้านของฉันตอนนั้นเรียกได้ว่าข้าวสารแทบไม่มีกรอกหม้อ พ่อจึงอดอาหารเพื่อให้ฉันและพี่ๆได้อิ่ม พ่อของฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพไปทำงานที่โรงฆ่าสัตว์ เพราะรายได้ที่จะได้รับมากกว่า พ่อของฉันไม่ชอบฆ่าสัตว์ ฉันคิดว่าพ่อคงไม่อยากทำอาชีพนี้เท่าไรนัก พ่อฉันกล่าวว่า “พ่อรู้ว่างานนี้เป็นงานที่บาปแต่พ่อก็พร้อมที่จะทำเพื่อครอบครัวของพ่อ ขอให้เป็นอาชีพที่สุจริต คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าพ่อเลือกเกิดได้พ่อก็อยากมีฐานะการเงินที่ดี ลูกๆของพ่อจะได้สบายแต่พ่อก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกๆของพ่อสบายและมีความสุข” หลังจากนั้นครอบครัวของฉันมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พ่อจึงส่งฉันเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีๆ เพื่อในอนาคตจะได้ไม่ลำบาก พ่อตัดสินในเลิกทำอาชีพนี้และนำเงินเก็บที่มีอยู่ดัดแปลงบ้านเปลี่ยนเป็นอู่ซ่อมรถเล็กๆ ร้านของพ่อไม่เคยมีวันหยุด แต่เมื่อใดที่พ่อมีเวลาว่าง พ่อมักจะสอนข้อคิดดีๆเสมอ โดยยกตัวอย่างความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับพ่อ ยกตัวอย่างเช่น พ่อสอนให้ฉันมองคนอย่างเท่าเทียมกันไม่เขาจะพิการ จน หรือ รวย แต่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา “คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นในแบบที่เราต้องการได้ ชีวิตเราเราเป็นคนกำหนดเอง” ฉันยึดประโยคนี้เป็นคติประจำใจฉัน มันทำให้ฉันต้องปฏิบัติตนให้ดี  5 ปีผ่านไป ร้านซ่อมรถของพ่อขยายกิจการใหญ่ขึ้น แต่พ่อก็สอนฉันว่า อย่าลืมว่าเราเคยมาจากจุดๆไหน เมื่อเรามีมากขึ้นเราต้องรู้จักการให้คนที่มีน้อยกว่าเรา อย่าเบียดเบียนผู้อื่น ซื่อสัตย์  และที่สำคัญที่สุดคือ “พอเพียง” ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยให้รู้ว่าควรจะปฏิบัติตนเช่นไร รู้จักประมาณตนและมีเหตุผล  ตอนฉันเด็กๆ พ่อมักจะเล่าพระราชกรณียกิจต่างๆที่พระองค์ท่านทำเพื่อประชาชนชาวไทย พ่อบอกว่าเราไม่มีอะไรจะตอบแทนพระองค์ท่านได้นอกจากประพฤติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ ฉันตระหนักในทุกสิ่งที่พ่อทั้งสองได้ทำเพื่อฉัน เพื่อปวงชนชาวไทย ดังนั้นฉันจะนำคำสอนที่พ่อของฉันทั้งสองคนได้สอนฉันไว้ไปปฏิบัติ เพราะคงไม่ใครหวังดีกับฉันเท่ากับบุคคลสองท่านนี้อีกแล้ว         
 
     เปรียบพ่อดั่งผู้ถือหางเสือนาวาชีวิตให้หันเหไปตามกระแสน้ำแห่งความเมตตา ดั่งหัวรถจักรนำขบวนผู้โดยสารที่ร่วมชีวิตไปตามเส้นทางศีลธรรมที่ถูกต้องสู่สถานีแห่งความสำเร็จอย่างปลอดภัยและสง่างาม จะมีใครเล่าที่คอยอุ้มชูเลี้ยงดูเราตั้งแต่เรายังเด็ก คอยป้อนอาหารป้อนน้ำ ทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข คอยอยู่ข้างเรายามที่เราทุกข์หรือร้องไห้ ทำอย่างได้เพื่อเรา หยาดเหงื่อแรงกายของพ่อที่ทำเพื่อฉัน ฉันไม่สามารถหาอะไรตอบแทนคือพ่อได้ นอกจากตั้งใจเรียนหนังสือ ประพฤติปฏิบัติตัวให้ดี ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อของฉันมีความสุข ฉันจะทำให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าความการกระทำของฉันจะเป็นหนึ่งในล้านการกระทำทั้งหมดที่พ่อทำเพื่อฉันก็ตาม และคงไม่มีรักไหนที่ยิ่งใหญ่เท่ากับรักของพ่อตราบชั่วนิรันดร์       
 
“บุญคุณพ่อเปรียบพ่อมหาสมุทร  เป็นที่สุดแห่งรักอันยิ่งใหญ่
ยกคุณพ่อบูชาไว้ในหัวใจ  สัญญาไว้ลูกจะกตเวที"
 
 
โดย นางสาวธัญลักษณ์ แสงสุวรรณ อายุ  16 ปี
 เด็กดีวีสาตร์ โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
ตัวอย่าง เรียงความวันพ่อแห่งชาติ โดย นส.มยุดา สมเพ็ชร แผนกพัฒนาธุรกิจ รพ.วิภาวดี

 "ทำใมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว"

หนูเป็นเด็กต่างจังหวัด อยู่ปักษ์ใต้ ตั้งแต่จำความได้ในทีวีหนูก็เห็นรูปผู้ชายคนหนึ่งเดินนำหน้า แล้วมีผู้คนเดินตามหลังท่านมากมายไปหมด พร้อมกันนั้นก็มีผู้คนนั่งกับพื้นต้อนรับท่านทุกที่ที่ท่านไป ผู้ชายคนนั้นเป็นใครนะ จนโตหนูถึงได้รู้ว่าเขาคือผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเกิดของหนูเอง และหนูก็เห็นพระราชกรณียกิจของท่านเยอะแยะมากมายทางทีวี จนทำให้หนูปลาบปลื้มท่านมาก ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน ฝนตกหนัก น้ำท่วมท่านก็เสด็จไปปักษ์ใต้เพื่อดูปัญหาความเดือดร้อน และท่านก็โปรดให้สร้างเขื่อนคลองชลประทาน ส่วนช่วงหน้าแล้งท่านก็เสด็จไปภาคอีสาน ไปดูความแห้งแล้งของคนอีสานและท่านก็ทำฝนเทียมช่วยเหลือประชาชน หนูได้แต่คิดตลอดเวลาว่า ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องลำบากตัวเองขนาดนี้ ท่านเดินทางไปทุกที่ ที่ทุรกันดารและสุดแสนจะลำบาก ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ท่านทรงเก่งมาก สามารถรู้หมดว่าในพื้นที่เมืองไทยว่าตรงไหนเป็นภูมิประเทศลักษณะไหน แอ่งน้ำ ภูเขา อย่างเช่น ใกล้บ้านหนูที่ อ.ปากพนัง ท่านก็ทำอ่างเก็บน้ำใหญ่โตมาก เพื่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอำนวยประโยชน์ต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณ อ.ปากพนัง ญาติพี่น้องหนูที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ประกอบอาชีพทั้งการเกษตรและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ทั้งปี

สำหรับตัวหนูแล้วหนูคิดและฝันไว้ว่า สักวันหนึ่งหนูจะต้องเห็นผู้ชายคนนี้ ตัวจริง ๆ สักครั้งในชีวิต แล้วหนูก็มีความพยายามมาก คือวันที่ 4 ธันวาคม 2549 ซึ่งก่อนวันเกิดท่าน 1 วัน เพราะวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันพ่อแห่งชาติ หนูทราบข่าวว่าท่านจะเสด็จกลับจากวังไกลกังวลเพื่อมารร่วมงานที่ทางรัฐบาลได้จัดขึ้น หนูก็เลยมารอรับเสด็จท่านอยู่หน้าโรงเรียนสวนจิตรลดา ท่านเสด็จมาตอน เกือบ 1 ทุ่ม ท่านนั่งมากับพระราชินี พระราชินีท่านโบกมือให้หนู แต่พระเจ้าอยู่หัวนั่งนิ่งมากค่ะ แต่หนูเห็นพระพักตร์ท่านชัดมากหนูดีใจมาก และก่อนหน้านี้ หนูก็ไปงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ที่มีผู้คนเป็นแสน หนูก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีความพยายาม หนูขอลาพักร้อนไป 1 วัน เพื่อไปเฝ้ารับเสด็จท่านที่ลานพระรูปทรงม้า หนูตื่นตั้งแต่ ตี 4 ซื้อน้ำเปล่า 1 ขวด กับ ขนมปัง 1 ถุง เพื่อไปรอรับเสด็จท่าน ถึงขนาดที่รอนั้นหนูลำบากขนาดไหนห้องน้ำก็ไม่พอ ร้อนก็ร้อนแต่หนูทนได้ค่ะ เพราะหนูคิดว่าท่านทรงเหนื่อยกว่าหนูมากมายนัก และท่านก็เหนื่อยมาตลอดชีวิตของท่านเพื่อประชาชนของท่าน และท่านก็ออกมาจากหน้าต่างมาโบกไม้โบกมือให้กับหนูและคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ และทุกท่านก็โบกธงและพูดพร้อมกันว่าขอให้ท่าน ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ พร้อม ๆ กันเสียงก้องดังมาก หนูคิดว่าสิ่งที่หนูเห็นและได้ยินนั้นคือ บารมีที่ท่านได้ทำไว้ ทุกคนพร้อมใจกันเปล่งเสียงดังตะโกนโดยไม่มีใครมาบอกคนที่นั่งว่าต้องตะโกนแบบนี้นะ แต่ทุกคนก็เปล่งเสียงดังออกมาพร้อมกัน หนูรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก จนขนลุกซู่

หนูคงบรรยายความรู้สึกที่มีต่อท่านได้ไม่หมดหน้ากระดาษแค่แผ่นเดียว เพราะทุกกิจกรรม ไม่ว่าที่เมืองทอง ที่ท้องสนามหลวง หรือซุ้มที่ถนนราชดำเนินทั้งนอกและใน และกับคนเป็นหมื่นๆค่ะที่หนูไปต่อคิวเพื่อรอรับพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว วันนั้นหนูยืนต่อคิวและกลับถึงบ้าน ตี 1 หนูก็ทำมาแล้ว เพื่อพระฉายาลักษณ์ของท่านเพียงรูปเดียว และล่าสุดหนูได้ไปร่วมงานของสโมสรสันติบาลจัดขึ้น เนื่องในวันฉัตรมงคลที่ลานพระรูปทรงม้า หนูไปมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค .53 ไปนั่งดูพระกรณียกิจของท่าน นั่งดูแล้วถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว เพราะท่านทรงเหน็ดเหนื่อยมากจริง ๆ ค่ะ แล้วหนูก็กลับมาคิดว่าตอนนี้ท่านไม่สบายอยู่ที่ รพ. ศิริราช อาจเป็นเพราะเมื่อตอนที่ท่านร่างกายแข็งแรงท่านทรงทำงานหนักมาก โดยไม่ย่อท้อเลย พอท่านอายุเพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายของท่านทรุดโทรมมาก

สำหรับหนูแล้ว หนูคิดว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ท่านเกิดมาพร้อมบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านเหมือนพระพุทธเจ้าซึ่งหนูคิดเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับหนูแล้วกระดาษที่เป็นรูปท่านหรือปฏิทินหนูไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้นอกจากเก็บไว้ อีกอย่างหนึ่งที่หนูอยากจะกล่าวในบทความนี้ คือการใช้ชีวิตแต่พอเพียง อย่างที่ท่านให้ข้อคิดไว้ ทุกวันนี้ท่านสอนเกษตรกร หากมีพื้นที่ทำกินอยู่แปลงหนึ่ง ต้องแบ่งทำมาหากิจอย่างไรบ้าง ส่วนหนึ่งปลูกบ้าน ส่วนหนึ่งเลี้ยงปลา อีกส่วนหนึ่ง ปลูกผัก หนูเองก็ใช้ชีวิตอย่างนั้น หนูทำงานอยู่ที่นี่ ถือว่าเงินเดือนหนูน้อยก็จริงแต่หนูก็ใช้ชีวิตไม่ฟุ่มเฟือย แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งเก็บฝากแบงค์ประจำ ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่ายภายใน 1 เดือน อีกส่วนหนึ่งก็ซื้อของให้รางวัลตัวเองบ้าง หนูอยากให้ทุกคนทำอย่างนี้ค่ะ จะได้สบายไม่มีหนี้สินกัน

สุดท้ายนี้ หนูคิดว่าเพื่อเป็นการตอบแทนท่าน หนูไม่ต้องคิดทำโครงการใหญ่โตอลังการหรอกค่ะ แค่หนูเป็นคนดีในสังคมและไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็เพียงพอแล้วค่ะ ท่านจะได้สบายใจ ไม่เครียด และจะได้ไม่มีผลต่อกระทบต่อร่างกายของท่าน ท่านจะได้มีความสุขสุขภาพแข็งแรงอยู่คู่บ้านคู่เมืองกับคนไทยทั้งประเทศตลอดไปยิ่งยืนนานค่ะ

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
เรียงความ “พ่อของแผ่นดิน”

เรียงความวันพ่อ เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน ตัวอย่างเรียงความวันพ่อของฉัน


มีเพื่อนคนรัสเซียหลายคนถามฉันว่า ในหลวงคือใคร ทำไมคนไทยถึงรักและเทิดทูนกษัตริย์
พระองค์นี้มาก ขนาดเรียกว่า “พ่อ” ฉันยิ้ม และไม่รีรอที่จะอธิบายด้วยความภาคภูมิใจถึงความเก่งและ
ความดีของพ่อคนนี้ของฉัน (ถึงจะมีปัญหาในด้านภาษาบ้างก็ตาม) ฉันทั้งโชว์รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต,
มิวสิควีดีโอเพลงเกี่ยวกับในหลวง ทำให้ทั้งฉันและเพื่อนขนลุก ในความดีที่ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์พระองค์นี้
เพราะหากกล่าวถึงกษัตริย์แล้ว คงนึกถึงภาพคนที่เกิดในวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ เกิดมาก็สบายทันที
มีข้าทาสบริวารคอยรับใช้ แต่ในหลวงของเรากลับเห็นภาพที่แทบจะตรงกันข้าม ฉันเห็นภาพที่พระองค์
ทรงก้มผูกเชือกรองเท้าเอง ภาพเหงื่อที่ไหลถึงปลายจมูก ภาพพระองค์ทรงงาน กำแผนที่อยู่ในพระหัตถ์
ภาพพบปะเยี่ยมประชาชนที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร ภาพเหล่านี้ประทับตราตรึงอยู่ในจิตใจของฉัน ในหลวง
เหมือนพ่อที่คอยห่วงใยลูก คอยติดตามดูแล ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และแก้ไขในทุกสถานการณ์
เหมือนกับที่พระองค์ทรงตรัสไว้ตอนขึ้นครองราชย์ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม์ เพื่อประโยชน์สุข
แห่งมหาชนชาวสยาม” นอกจากนี้ฉันยังเล่าว่า ในหลวงทรงเป็นแบบอย่าง หรือไอดอลของฉันเลยทีเดียว
เพราะท่านไม่เพียงทรงตรัสสอนเรื่องต่างๆ แต่ยังทรงพระพฤติพระองค์เป็นแบบอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน
เช่น เรื่องความประหยัด หลายครั้งฉันโชว์ภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกรีดจนแบบสนิทให้เพื่อนดู บางคนพอ
เห็นก็หัวเราะ แต่หลังจากได้รู้ว่า นี่คือหลอดยาสีพระทนต์ของกษัตริย์ก็ถึงกับสงบนิ่ง ฟังฉันเล่าต่ออย่าง
สนใจว่าเหตุใดกษัตริย์ต้องประหยัดขนาดนี้ ฉันคิดว่าท่านทรงทำตามที่ท่านตรัสสอนเรื่อง “เศรษฐกิจ
พอเพียง” คือ ไม่ใช่ประหยัดจนไม่ใช้อะไรเลย แต่ให้ใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุดต่างหาก หรือแม้แต่
เรื่องความไม่ถือพระองค์ ที่ทรงตรัสกับราษฎรอย่างเป็นกันเอง จนกลายเป็นเรื่องเล่าขำขันที่อ่านแล้วก็รู้สึก
อบอุ่นหัวใจ และใกล้ชิดกับพ่อหลวงมากขึ้น อีกเรื่องที่ทรงเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องที่สุด คือความ
กตัญญู ภาพในหลวงทรงประคองสมเด็จย่า หรือแม้แต่เข็นรถเข็นให้ ทั้งที่มีบริวารพรักพร้อม แต่ยังตรัส
กับมหาดเล็กว่า “แม่เรา เราดูแลเองได้” เรื่องที่ในหลวงไปเสวยอาหารกับแม่อาทิตย์ละห้าวัน, ทรงกอดแม่
หรือให้แม่หอมแก้ม เรื่องเหล่านี้ แม้แต่ประชาชนคนธรรมดายังทำได้น้อยกว่าในหลวง กษัตริย์ที่ทรงมี
พระกรณียกิจมากมายทุกวัน นั่นทำให้สุดท้ายแล้วไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวงขนาดนี้
มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 เป็นวันงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ
60 ปี พ่อของฉันชวนฉันไปดูในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม จำได้ว่า เช้าวันนั้น
อากาศร้อนมาก และคนต้องเยอะแน่นอน ฉันบอกพ่อไปทันทีว่า “อยากดูในหลวงดูในทีวีเถอะพ่อ เห็นชัด
กว่าอีก” แต่พ่อบอกว่า “พ่อไม่ได้อยากเห็นในหลวง แต่อยากให้ในหลวงเห็นพ่อ เห็นประชาชนชาวไทย
ว่ามากขนาดไหนที่จงรักภักดีต่อท่าน” คำตอบนั้นทำให้ฉันรีบลุกออกไปกับพ่อทันที วันนั้นทั้งคนเยอะ
และร้อนมากอย่างที่ฉันคิดจริงๆ แต่จิตใจของฉันและคนไทยทุกคนก็ชุ่มฉ่ำทันที เมื่อในหลวงออกมาโบก
พระหัตถ์ ทุกคนพร้อมใจเปล่งเสียงตะโกนกึกก้อง “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ...” หลายคนน้ำตาไหล
โดยไม่รู้ตัว เป็นความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในจิตใจ จนฉันต้องกลับมาขอบคุณพ่อหลายครั้งที่ทำให้ฉันมีวันนั้น
และวันนี้ ถึงฉันจะอยู่ห่างไกลถึงประเทศรัสเซีย แต่ฉันก็ได้ทำหน้าที่ของลูกคนไทย ได้เผยแพร่
เรื่องราวความดีของพ่อหลวงของฉัน พ่อของแผ่นดิน.

นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา (อิมมี่)
คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
เรียงความวันพ่อ เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน ตัวอย่างเรียงความวันพ่อของฉัน

นายวงศกร ชัยชนะ (หนุ่ม) MGIMO นรท. กต.
พ่ อ ข อ ง แ ผ่ น ดิ น
ตั้งแต่จำความได้ ผมและครอบครัวมักจะดูข่าวในพระราชสำนักที่มีหลังข่าวภาคค่ำอยู่เป็นประจำ ซึ่งในนั้นผม
ได้เห็นภาพของบุคคลท่านหนึ่ง ที่คนไทยทั้งประเทศเรียกว่า “ในหลวง” หรือ “พ่อหลวง” ในข่าวผมเห็นว่าไม่ค่อยชอบอยู่ในเมืองแต่
ท่านจะเสด็จไปทรงงานตามถิ่นทุรกันดารมากกว่า ภาพที่คุ้นเคยคือพระหัตถ์ข้างหนึ่งของท่านถือแผนที่ และที่พระศอทรงมีกล้อง
ถ่ายรูป บางครั้งท่านก็ทรงงานกลางคืนท่ามกลางสายฝน ผมในวัยเด็กก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมท่านผู้นี้จึงต้องลำบากลำบนเพื่อ
ประชาชนถึงเพียงนี้ และคุณก็คงเคยรู้สึกสงสัยเหมือนกับผมว่า ทำไมเวลาดูข่าวเหล่านั้นเราจึงรู้สึกอุ่นใจและตื้นตันใจอย่างบอกไม่
ถูก
พอเติบโตขึ้น ผมจึงค่อยๆ เริ่มสัมผัสได้ถึงความรู้สึกพิเศษจากการที่ได้เกิดมาในแผ่นดินที่มีพ่อหลวงพระองค์นี้
เหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้รับรู้และสัมผัสถึงพระบารมีของพระองค์เหตุการณ์แรกๆนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระอัจฉริยภาพ
ทางด้านดนตรีของพระองค์ท่าน โดยครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ผมประทับใจที่สุดและไม่มีวันลืม ... ในขณะที่ผมยังเรียนอยู่ในระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยความที่ผมเป็นเด็กบ้านนอกที่ไม่ได้มีโอกาสมากมายเหมือนเด็กในกรุงเทพฯ ผมจึงพยายามตั้งใจเรียน
เป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้สอบเข้าไปศึกษาต่อในสถาบันที่ดี มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเกิดท้อแท้เสียกำลังใจ ถึงขนาดที่อยากจะล้มเลิก
ความตั้งใจทั้งหมดที่มี ครั้งนั้นเองที่ผมได้เปิดวิทยุและได้ยินเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” ท่วงทำนองอันคุ้นเคยและ
เนื้อหาที่มีความหมายลึกซึ้งของบทเพลงนั้น ทำให้ผมเกิดฉุกคิดและมีรวบรวมกำลังใจอ่านหนังสือต่อไปได้ คุณคงไม่คิดว่า
เพลงพระราชนิพนธ์เพลงหนึ่ง จะมีอิทธิพลทางจิตใจต่อเด็กคนหนึ่งได้ แต่สำหรับผมในขณะนั้น เพลงพระราชนิพนธ์เพลงนี้และอีก
หลายๆ บทเพลงมีมนต์ขลังและมีพลังที่สามารถชุบชีวิตจิตใจที่แห้งเหี่ยวของคนที่อ่อนล้าทางวิญญาณให้ชุ่มชื้นขึ้น ทำให้พวกเขาที่
กำลังหมดกำลังใจเหล่านั้นสามารถฮึดสู้ได้อีกครั้ง
นอกจากทรงมีอัจฉริยภาพในหลายๆด้านแล้ว ในหลวงยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างไม่หยุดหย่อน ....
แม่ของผมมักจะเล่าเรื่องในวัยเด็กของตัวเองให้ฟัง ... แม่ของผมเป็นคนจังหวัดน่าน ถ้าคุณนึกภาพออก จังหวัดน่านเป็นเมืองใน
ภูเขาที่ห่างไกล ที่เมื่อสาม-สี่สิบปีก่อน หลายพื้นที่ยังไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าและน้ำประปา และหลายๆท่านอาจจะยังจำชื่อสมรภูมิรบ
“ทุ่งช้าง” ได้ ในตอนนั้นไม่มีใครอยากเดินทางไปบริเวณนั้น แต่แม่บอกว่าในหลวงทรงเสด็จฯ มาเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหารและ
ประชาชนในพื้นที่สีแดงแสนอันตรายนี้นับครั้งไม่ถ้วน นอกจากนั้น ทรงพระราชทานอาชีพแก่ชาวไทยภูเขา จนบัดนี้ จากสมรภูมิรบ
กลายเป็นสถานส่งเสริมอาชีพ จากแปลงฝิ่นและกัญชากลายเป็นแปลงพืชผักและดอกไม้เมืองหนาว ... ส่วนพ่อของผมนั้นท่านเป็น
ข้าราชการครู ในห้องทำงานของพ่อมีรูปในหลวงติดฝาผนังอยู่ พ่อบอกว่ารูปนั้นทำให้พ่อมีกำลังใจในการทำงานและปฏิบัติหน้าที่
ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ เป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต ... จะเห็นได้ว่าพ่อหลวงของเรานั้นทรงเป็นขวัญและกำลังใจ
ช่วยเหลือราษฎรไทย ทั้งในทางรูปธรรมและทางจิตใจอย่างแท้จริง
ในวันนี้ ผมที่ได้ผ่านโลกมาช่วงหนึ่ง แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ได้เข้าใจแล้วว่าทำไมคนไทยจึงรู้สึกซาบซึ้งและอบอุ่นใจ
ทุกครั้งเมื่อได้เห็นในหลวง ... นอกจากรูปของพ่อแม่ของตัวผมเองแล้ว ผมยังได้ติดรูปของพ่ออีกคนไว้บนผนังเหนือโต๊ะเขียน
หนังสือ เป็นรูปของพ่อหลวง พ่อของแผ่นดินไทย ผู้ที่เป็นพลังใจสำคัญอย่างหนึ่งในการฝ่าฟันความยากลำบากของการเล่าเรียน
ณ รัสเซียแห่งนี้ โดยรูปนี้จะคอยเตือนใจยามเมื่อผมเกียจคร้าน ให้ผมตระหนักว่า ความเหนื่อยยากของนักเรียนอย่างผมคงเทียบ
ได้ไม่ถึงหนึ่งในล้านเท่าของการที่พ่อหลวงทรงสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อลูกหลานไทยและแผ่นดินไทยมาเป็นเวลาช้านาน
ผมคิดว่าคนไทยมีบุญมากที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินของพ่อหลวงที่ทรงประเสริฐเช่นนี้ คงไม่มีกษัตริย์องค์ใดในโลกที่
ทรงงานหนักเท่าพระองค์ ... ๖๔ ปีแล้วที่พ่อหลวงทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรา ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนควรจะแบ่ง
เบาภาระของพระองค์โดยการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ถึงแม้จะดูน้อยนิด แต่เมื่อทุกคนร่วมมือร่วมแรงกัน ผมคิดว่ามันก็จะ
เป็นของขวัญแสนล้ำค่าที่จะทำให้พ่อหลวงของเราทรงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว
ผมขอปิดท้ายเรียงความบทนี้ ด้วยบทกลอนที่ผมแต่งขึ้นมา จากความทรงจำและความรู้สึกที่นักเรียนธรรมดาๆ คน

หนึ่งมีต่อพ่อหลวงอันทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกคน
หกทศวรรษพัฒนารัฏฐาชาติ สองรอยบาทประทับไปไทยทั่วหล้า
สุขทุกหนยุคลบาท ธ ยาตรา ปวงประชาขอก้าวตามสร้างความดี
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ....

ที่มา
http://th.thaiembassymoscow.com

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
ธารธาร ทรัพย์สมาน
I.M. Sechenov Moscow State Medical University
*บทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด”

เรียงความวันพ่อ เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน ตัวอย่างเรียงความวันพ่อของฉัน

พ่อของแผ่นดิน
!!
จะมีผืนแผ่นดินใดในโลก ที่พระมหากษัตริย์จะทรงยอมเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อช่วย
เหลือพสกนิกรทั้งประเทศ ได้มากมายเท่ากับผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินนี้ ...
! กว่า ๖๐ ปีแล้ว ... ที่ในหลวงฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรแม้ในถิ่น
ทุรกันดาร หรือแม้กระทั่งพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อทรงเป็นมิ่งขวัญกำลังใจและรับทราบ
ถึงปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ทรงริเริ่มมูลนิธิและโครงการในพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือ
ประชาชนชาวไทยในด้านต่างๆ อย่างไม่เคยหยุดหย่อน อาทิเช่น มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อส่งเสริมให้
ราษฎรมีความร่มเย็นเป็นสุขและอยู่ดีกินดี อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ มูลนิธิโครงการหลวง,
โครงการฝนหลวง, โครงการแกล้งดิน และโครงการแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาทางการเกษตรและป่าไม้
ปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และภัยพิบัติทางธรรมชาติ โครงการสารานุกรมไทยสำหรับ
เยาวชน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยทุกคนได้มีโอกาสในการหาความรู้ในแขนงต่างๆ ด้วยตนเองจาก
การอ่านหนังสือ ทั้งยังทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาคนและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ด้วยโครงการ
ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทำให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างเพียง
พอได้มาจนถึงทุกวันนี้
!!
กว่า ๖๐ ปีแล้ว ... ที่พระองค์ทรงเป็น “พ่อ” ที่ดีให้กับลูกๆ ประชาชนชาวไทยทุกคนอย่างหาที่
เปรียบไม่ได้ พระองค์ทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี และดำรงพระองค์ตามหลักทศพิธราชธรรมอย่าง
สม่ำเสมอ ทรงเป็น “พ่อของชาติ” ที่ทรงงานหนักโดยไม่มีช่องว่างระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน
ด้วยการทรงงานทุกอย่างด้วยตัวของพระองค์เอง และพระองค์ยังทรงเป็น “พ่อของแผ่นดิน” ที่ปกครอง
ผืนแผ่นดินไทยโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามอย่างแท้จริง
! ข้าพเจ้าเอง เป็นหนึ่งในผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากพ่อผู้ให้กำเนิด หาก
แต่ข้าพเจ้าไม่เคยเลยสักครั้งในชีวิตที่จะรู้สึกว่า ข้าพเจ้านั้นไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นๆ เนื่องจากพระ
มหากรุณาธิคุณจาก “พ่อหลวง” นั้น มากล้นเสียจนสามารถทดแทนความรู้สึกเหล่านั้นในใจของข้าพเจ้า
ได้ ยามใดที่ลูกๆ ท้อแท้ หรือเหน็ดเหนื่อย ก็จะมีมือหนึ่งจาก “พ่อ” ที่คอยยื่นมาช่วยเหลือ ให้กำลังใจอยู่
เสมอ ยามใดที่ลูกๆ สะดุดล้ม หรือเจ็บป่วย มือเดิมมือนั้นก็จะคอยพยุงลูกๆ ไว้อย่างไม่ห่าง โดยที่ไม่
เคยต้องการสิ่งตอบแทนกลับไปเลยสักครั้ง หวังเพียงแค่ให้ลูกๆ อยู่อย่างสงบสุขในบ้านหลังใหญ่อัน
แสนอบอุ่น ที่ “พ่อ” จะยอมใช้หยาดเหงื่อแทนน้ำ คอยรดให้ลูกๆ ที่เปรียบเสมือนต้นไม้ต้นเล็กๆ ของพ่อ
ได้เติบใหญ่อย่างมั่นคงและสง่างาม ในบ้านหลังใหญ่ที่ “พ่อ” จะยอมเหนื่อย เพื่อให้ลูกๆ อยู่ในบ้านของ
พ่อหลังนี้บนแผ่นดินของพ่อผืนนี้ อย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่ “พ่อ” จะทำได้ ...
! ! ! “โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่! ! เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
! ! คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ! ! ! ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย*”
! ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด และนึกถึงเรื่องราว
เกี่ยวกับ “พ่อของแผ่นดิน” นั้น น้ำตาของข้าพเจ้าก็ไหลออกมาอย่างห้ามเสียไม่ได้ ... น้ำตาของข้าพเจ้า
นั้นไม่ใช่น้ำตาแห่งความโศกเศร้าแต่อย่างใด หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ ด้วยความซาบซึ้ง
และความสำนึกที่จะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของในหลวงฯ เป็นน้ำตาที่แสดงถึงความ
จงรักภักดี เป็นน้ำตาแห่งความสุข และความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่ได้มี
โอกาสเกิดมา ... เป็นลูกของ “พ่อ”

ธารธาร ทรัพย์สมาน
I.M. Sechenov Moscow State Medical University
*บทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด”


ที่มา
http://th.thaiembassymoscow.com

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
น.ส. กนกพรรณ ชินสวนานนท์ (น้ำ) MGIMO นรท. กต.
พ่อ ข อ ง แ ผ่น ดิน

เรียงความวันพ่อ เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน ตัวอย่างเรียงความวันพ่อของฉัน

“อันที่จริงเราชื่อ "ภูมิพล” ที่แปลว่า "กำลังของแผ่นดิน” แม่ก็อยากให้เธออยู่กับดิน เมื่อฟังคำพูด
แล้วกลับมาคิด ซึ่งแม่คงจะสอนเราและมีจุดมุ่งหมายว่าอยากให้ติดดินและอยากให้ทำงานให้แก่ประชาชน” ...
จากพระราชดำรัสของในหลวงข้างต้น ทำให้ฉันระลึกอยู่เสมอว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่ในหลวงทรง
อุทิศตนเป็น “ภูมิพล” ผู้เป็นพลังของแผ่นดินที่พร้อมด้วยทศพิธราชธรรม พระองค์ก็ทรงปฎิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ด้วยดี
เสมอมา พระองค์ทรงอุทิศพระวรกาย เพื่อดินก้อนเล็กๆ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอย่างพวกเรา ทรงเป็นทุกอย่าง เป็นพ่อที่
ลำบากตรากตรำ สละแรงกายดูแลลูกๆ ด้วยความรัก มาเป็นเวลายาวนานกว่า 60 ปี โดยมิได้คำนึงถึงว่าราษฎรของ
พระองค์จะเป็นใครมาจากไหน เชื้อชาติใด เพราะพระองค์ทรงยึดมั่นในปณิธานในการที่จะรวมดินก้อนเล็กๆ ในแผ่นดินนี้
ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อกล่าวถึงในหลวง สิ่งที่ฉันนึกถึงเป็นอันดับแรก คือ กษัตริย์นักพัฒนา ภาพที่ฉันเห็นบ่อยครั้ง
ตามสื่อต่างๆ เป็นภาพที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารทั่วราชอาณาจักร ภาพที่เหล่าพสกนิกรชาวไทย
คอยต้อนรับการเสด็จฯ มาของพระองด์ด้วยหัวใจ ภาพธงไตรรงค์ของเหล่าราษฎรที่โบกสะบัดพร้อมด้วยรอยยิ้มและ
ร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติ และภาพที่พระองค์ทรงหลั่งพระเสโทในขณะทรงงาน เป็นภาพที่ได้ประทับอยู่ในใจของฉันและ
ปวงชนชาวไทยตลอดมา แต่ถึงแม้พระองค์จะทรงงานหนักเพียงใด พวกเราก็สามารถเห็นรอยแย้มพระสรวลปรากฏอยู่
บนพระพักตร์ที่เกิดความสุขของพระองค์ ที่ทรงได้ทอดพระเนตรเห็นพสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข
การที่ในหลวงได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยืยนราษฎรในถิ่นทุรกันดารอยู่สม่ำเสมอเป็นเวลายาวนาน ทรง
ได้สัมผัสความทุกข์ยาก จึงทำให้พระองค์ทรงเข้าใจปัญหาต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง จากนั้นพระองค์ก็ทรงใช้พระปรีชา
สามารถในการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม ด้วยการก่อตั้งโครงการใน
พระราชดำริต่างๆ อาทิ “โครงการฝนหลวง” เป็นการทำฝนเทียมเพื่อบรรเทาภัยแล้งให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ
เพื่อการทำเกษตรกรรมและการใช้สอยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมี “โครงการหญ้าแฝก” ซึ่งเป็นโครงการแก้ปัญหาดินที่
ถูกชะล้างจากฝน โดยการยึดหน้าดินทำให้ดินกักเก็บน้ำได้มากขึ้น “โครงการแก้มลิง” เพื่อช่วยในการระบายน้ำท่วมจาก
พื้นที่ตอนบนโดยใช้หลักการน้ำไหลทางเดียว “โครงการแกล้งดิน” แก้ไขดินที่มีสภาวะเป็นกรด เพื่อให้เกษตรกรสามารถ
นำดินไปใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกต่อไป เป็นต้น นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงริเริ่มและเชื่อมั่นใน “แนวคิดเศรษฐกิจ
พอเพียง” ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้ พสกนิกรชาวไทยใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพื่อการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านวัตถุ
และจิตใจ ให้มีความเจริญที่ไม่ฉาบฉวย แต่มีความยั่งยืนตลอดไป
ดังที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า สำหรับในหลวงแล้ว ความสุขของราษฎรชาวไทยทั้งหมดนั่นคือ
ความสุขของพระองค์ และสิ่งที่พวกเราทุกคนควรกระทำก็ คือตอบแทนพระองค์ท่านที่ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรามา
ตลอดชีวิตบ้าง ใช่หรือไม่? แล้วทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในปัจจุบัน จึงได้ขัดต่อปณิธานของพ่อในเรื่อง
"ความสามัคคี" ยิ่งนักเล่า? ... ฉันอยากเห็นชาวไทยทุกคนรักประเทศชาติ และมีความสมัครสมานสามัคคี กระทำตนเป็น
ดั่งดินก้อนเล็กๆ หลากหลายสีที่รวมเป็นแผ่นดินเดียวกัน เป็น สีเดียวกัน เป็นดินที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินสยามแห่ง
นี้ ให้สมกับที่ “พ่อของแผ่นดิน” ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีเสมอมา ในวันพ่อปีนี้ ฉันจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยทุกคน
ร่วมกันสร้างความสามัคคี ร่วมกันกระทำความดี ฉันแน่ใจว่าความดีของพวกเราชาวไทยจะรวมกันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
เปรียบเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแด่พระองค์ท่าน ส่วนตัวฉันเองก็จะขอตั้งปณิธานว่าจะปฏิบัติตัวเป็นคนดีเป็นประโยชน์
ต่อสังคม และจะเดินตามรอยเท้าพ่อตลอดไป


ที่มา
http://th.thaiembassymoscow.com

ผจกบ.

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 764
    • ดูรายละเอียด
    • อีสานทอล์ก เว็บวาไรตี้ของคนอีสาน
นาย กฤษฎา พรหมเวค
เรียงความ เรื่อง”พ่อของแผ่นดิน”

เรียงความวันพ่อ เรียงความเรื่องพ่อของแผ่นดิน ตัวอย่างเรียงความวันพ่อของฉัน

ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวเล็กๆ มีคุณพ่อเป็นพนักงานรายชั่วโมง ในรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง คุณแม่ของผมเป็น
แม่บ้าน ทำงานบ้านไม่มีรายได้อะไร บางครั้งก็หารายได้พิเศษด้วยการขายของมีรายได้บ้างก็แค่เล็กๆ น้อย ๆ ฐานะทางบ้านของ
เราอยู่ในระดับปานกลาง ดังนั้นเมื่อพูดถึงพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ผมในตอนนั้นซึ่งยังเป็นเด็ก มีความรู้สึกว่าพระองค์ท่านอยู่สูงและ
ห่างไกลจากเรามาก ไม่คิดว่าชีวิตผมจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระองค์ท่านได้อย่างไร
ที่บ้านของผมก็คงคล้ายกับบ้านของคนไทยทั่วไปทุกหลัง ที่มีรูปของในหลวงอยู่ ตอนเด็ก ๆ ผมจำได้ว่าที่บ้านของผมมี
รูปของในหลวงติดอยู่ที่ฝาบ้านใบนึง ทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน ผมมักจะถูกคุณย่าของผมบังคับให้ไหว้รูปใบนั้น ตามประสาเด็กที่
ยังไม่ประสีประสา ผมก็เลยถามคุณย่าไปว่า ทำไมคุณย่าจึงรักในหลวงมากมายขนาดนั้น คุณย่าของผมตอบผมว่า “ก็เพราะใน
หลวงไม่เคยทอดทิ้งประชาชน” ซึ่งผมเองในตอนนั้นก็ยังคงไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ภาพที่ผมเห็นจนชินตาตั้งแต่เด็ก คือภาพพระราช
กรณียกิจของพระองค์ท่านที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชนชาวไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีใครจำได้ว่าพระองค์เสด็จพระราช
ดำเนินไปที่ใดบ้าง หากแต่เป็นสถานที่ที่ประชาชนชาวไทยประสบความทุกข์ยากลำบาก ท่านก็ไม่ทรงรีรอที่จะเสด็จไป
มีอยู่ครั้งนึงเกิดอุทกภัย บ้านที่ผมอยู่อาศัยก็ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนั้นด้วย กว่าความช่วยเหลือของทางการจะมาถึง
น้ำพระทัยของท่านได้เดินทางมาถึงก่อนแล้ว เดินทางมาถึงมือราษฎรที่กำลังประสบทุกข์ยากลำบาก ด้วยความช่วยเหลือใน
รูปแบบต่าง ๆ ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง ถุงยังชีพฯ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าใจและสัมผัสได้ด้วยตนเองว่า “ในหลวงของผมไม่เคย
ทิ้งผม” รูปของพระองค์ท่านในตอนนั้นทรงเป็นหนึ่งเดียวที่แม้ไม่ต้องมีภาพถ่าย แต่ก็แจ่มชัดเหลือเกินในความทรงจำของผม
ส่วนหนึ่งที่ผมได้รับโอกาสให้มาศึกษาในระดับชั้นปริญญาเอก ณ ประเทศสหพันธรัฐรัสเซียแห่งนี้ เป็นเพราะในหลวง
ได้ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผม ท่านทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา จึงได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้ง
มูลนิธินวฤกษ์ฯ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยผมได้รับทุนการศึกษานี้ตั้งแต่ผมศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี แม้จะเป็นเงินที่ไม่มากนักแต่ก็ทำให้ผมภาคภูมิใจ โดยพระองค์ท่านมักฝาก
กระแสรับสั่ง และความห่วงใยมาถึงพวกเรา คอยถามไถ่อยู่เสมอว่าลำบากไหม ต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มอีกไหม
เคยมีเพื่อนชาวต่างประเทศถามผมว่า ” ทำไมคนไทยถึงรัก เคารพ และเทิดทูนในหลวงมากมายขนาดนี้” ผมตอบเพื่อน
ว่า “พระมหากษัตริย์ของประเทศอื่นทรงครองแผ่นดิน แต่ในหลวงของผมไม่ได้ครองแผ่นดิน หากแต่ในหลวงของผมทรงครอง
ใจ พระองค์ท่านไม่ได้เป็นแค่กษัตริย์แต่ยังทรงเป็นพ่อของคนไทยทั้งแผ่นดินด้วย” ผมมีความภาคภูมิใจที่จะเล่าให้พวกเขาฟังถึง
สิ่งต่างๆ ที่พ่อคิด พ่อทำ เพื่อคนไทย จนเพื่อนๆของผมต่างล้วนก็ชื่นชมในตัวของพระองค์ท่าน
สิ่งที่พ่อทำ พ่อให้เรา มันมากมายจนผมบรรยายไม่ถูก แต่ผมเชื่อว่าลูกๆทุกคนสามารถรับรู้มันได้ด้วยใจ พ่อได้ดำรง
ตำแหน่งพระมหากษัตริย์ของชาวไทย และไม่เคยทำให้คนไทยผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ผมจึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมคนไทยทุกคน
รวมถึงผมด้วย ถึงได้รักและเคารพในตัวพ่ออย่างมากมาย ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ เป็นคนๆ หนึ่งใน
แผ่นดินของพ่อ ได้รับความรักความเมตตาจากพ่อ ผมให้สัญญาว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ผมจะรักและเทิดทูนพ่อของผมตลอดไป


ที่มา
http://th.thaiembassymoscow.com

Pop-Pop-Lolipop

  • บุคคลทั่วไป
ข้าพเจ้านั้นได้เห็นในหลวงของเราทรงทำงานหนักเพื่อประชาชนอย่างมาก   ทุกอย่างๆที่ประชาชนเดือดร้อนในหลวงก็แก้ไขปัญหาให้ตลอด ในหลวงไม่เคยพูดว่าเหนื่อยแม้สักครั้ง  มีแต่คอยถามความเป็นอยู่ของประชาชน  เมื่อยามเกิดภัยน้ำท่วมในหลวงก็คิดหาวิธีป้องกัน พอน่าแล้งก็คิดวิธีการทำฝนหลวงขึ้นมา
   ข้าพเจ้าดีใจมากที่เกิดมาเป็นคนไทยได้เกิดมาในยุคสมัยที่ในหลวงอยู่  ข้าพเจ้าภูมิใจมากที่มีพระมหากษัตริย์ไทยที่เป็นตัวอย่างให้แก่ประชาชน ทำงานหนักเพื่อประชาชน เรียกได้ว่าคงจะไม่มีพระมหากษัตริย์ประเทศไหนๆ ที่จะห่วงใยประชาชนได้เท่าประเทศไทยอีกแล้ว ข้าพเจ้าจะนำพระราชดำริของในหลวงมาปรับใช้กับชิวิตประจำวัน และจะเป็นคนดีในสังคม และพร้อมจะรับใช้ชาติตลอดไป   
   เหตุผลที่คนไทยรักในหลวงก็เพราะว่าในหลวงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ห่วงใยประชาชนและทำงานหนักเพื่อประชาชน เป็นแบบอย่างให้ประชาชน ข้าพเจ้าก็อยากให้คนไทยรักกันสามัคคีกันมีไรก็หันหน้าคุยกันอย่าใช้ความรุนแรง
 :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D